เราอยู่ในยุคที่ใครๆ ก็พิมพ์สัมผัสได้เร็วกว่าจรวด การรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์กลายเป็นเรื่องปกติในห้องเรียนและห้องประชุม แต่ความเร็วนี้กลับซ่อนหลุมพรางขนาดใหญ่เอาไว้
คนที่พิมพ์เร็วมักจะจดทุกคำพูดของอาจารย์หรือเจ้านายแบบคำต่อคำ พวกเขาทำตัวเหมือนเครื่องบันทึกเสียงที่เปลี่ยนเสียงเป็นตัวอักษร
ผลลัพธ์คือสมองแทบไม่ได้ย่อยข้อมูลอะไรเลย ข้อมูลวิ่งเข้าหูซ้ายแล้วทะลุออกปลายนิ้วไปอยู่บนหน้าจอ โดยที่เซลล์สมองไม่ต้องออกแรงคิดหรือทำความเข้าใจแม้แต่น้อย
เมื่อสมองไม่ได้ถูกกระตุ้นให้ “คิดวิเคราะห์” ระหว่างที่รับข้อมูล ข้อมูลเหล่านั้นก็จะถูกลบทิ้งไปอย่างรวดเร็ว นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงลืมเนื้อหาที่เพิ่งพิมพ์ไปเมื่อวานแบบสนิทใจ
เวทมนตร์ของการจับปากกา สมองเกิดอะไรขึ้นตอนที่เราเขียน?
การเขียนด้วยมือช้ากว่าการพิมพ์มาก ข้อจำกัดเรื่องความเร็วนี้แหละคือ “เคล็ดลับ” ที่แท้จริง
เมื่อคุณรู้ว่าตัวเองจดทุกคำพูดไม่ทัน สมองจะถูกบังคับให้ทำงานหนักขึ้นโดยอัตโนมัติ มันต้องตั้งใจฟัง ประมวลผล คัดกรองน้ำทิ้ง และสรุปเฉพาะใจความสำคัญออกมาเป็นภาษาของตัวเอง
กระบวนการ “ฟัง-คิด-สรุป-เขียน” นี่แหละครับที่สร้างเส้นใยประสาทในสมองให้แข็งแรงขึ้น ทุกครั้งที่คุณตวัดปากกาลากเส้นตัวอักษร สมองส่วนความจำและการเคลื่อนไหวจะทำงานประสานกัน
ข้อมูลที่ผ่านการย่อยและเขียนออกมาด้วยมือ จะถูกส่งไปเก็บในคลังความจำระยะยาวได้ดีกว่าการพิมพ์แบบไม่คิดถึงสิบเท่า
3 เทคนิคจดโน้ตด้วยมือให้จำแม่นแบบไม่ต้องท่องซ้ำ
ถ้าคุณพร้อมจะกลับมาจับปากกาแล้ว ลองเอาเทคนิคพวกนี้ไปใช้ดูครับ รับรองว่าอ่านทบทวนง่ายขึ้นเยอะ
1. แบ่งหน้ากระดาษแบบ Cornell ตีเส้นแบ่งหน้ากระดาษเป็น 3 ส่วน พื้นที่กว้างสุดฝั่งขวาเอาไว้จดเนื้อหาหลัก ฝั่งซ้ายแคบๆ เอาไว้คีย์เวิร์ดหรือคำถาม ส่วนล่างสุดเว้นไว้เขียนสรุป 3 บรรทัดด้วยความเข้าใจของตัวเอง วิธีนี้จะบังคับให้คุณทบทวนเนื้อหาแบบเป็นระบบ
2. ใช้ภาพและสัญลักษณ์เข้าช่วย สมองมนุษย์ชอบภาพมากกว่าตัวหนังสือเปล่าๆ ลองวาดลูกศรเชื่อมโยงความสัมพันธ์ วาดดาวหน้าประโยคสำคัญ หรือวาดรูปกล่องสี่เหลี่ยมคลุมหัวข้อหลัก การใส่ความเป็นตัวคุณลงไปในกระดาษจะทำให้สมองสร้างภาพจำได้ชัดเจนขึ้น
3. จำกัดสีปากกาแค่ 3 สี อย่าพกปากกา 10 สีแล้วขีดทุกอย่างจนหน้ากระดาษกลายเป็นสายรุ้ง ให้กำหนดหน้าที่ของสีไปเลย เช่น สีดำคือเนื้อหาทั่วไป สีแดงคือข้อควรระวัง และสีน้ำเงินคือตัวอย่าง พอสมองเห็นสีที่คุ้นเคย มันจะดึงข้อมูลส่วนนั้นขึ้นมาได้ทันที
ไอแพด ปากกาดิจิทัล นับเป็นการจดด้วยมือไหม?
หลายคนมีคำถามนี้ในใจแน่นอน ข่าวดีคือการใช้ Apple Pencil หรือปากกาสไตลัสเขียนลงบนหน้าจอแท็บเล็ต ก็ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการเขียนบนกระดาษครับ
ตราบใดที่คุณยังต้องใช้กล้ามเนื้อมือในการวาดตัวอักษร และต้องคิดสรุปความก่อนจด สมองก็ยังได้ประโยชน์จากกระบวนการนี้เต็มที่
ข้อควรระวังเดียวของการใช้แท็บเล็ตคือ “สิ่งเร้า” แจ้งเตือนไลน์หรือโซเชียลมีเดียที่เด้งขึ้นมาระหว่างจด อาจทำให้สมาธิคุณขาดกระจุยได้ง่ายกว่าการก้มหน้ามองสมุดกระดาษนิ่งๆ
ถ้าจะใช้แท็บเล็ตจดโน้ต อย่าลืมเปิดโหมด Do Not Disturb ทุกครั้งที่เข้าเรียนหรือเข้าประชุมนะครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ลายมือไก่เขี่ยมาก จดไปก็อ่านไม่ออก ทำยังไงดี?
การจดโน้ตด้วยมือไม่ใช่การคัดลายมือส่งประกวดครับ จุดประสงค์หลักคือกระบวนการคิด “ระหว่างที่จด” ต่างหาก ต่อให้คุณกลับมาอ่านแล้วงงนิดหน่อย แต่สมองได้บันทึกความเข้าใจนั้นไปเรียบร้อยแล้วตอนที่คุณเขียนมันลงไป
จดด้วยมือใช้เวลานานเกินไป ตามเนื้อหาไม่ทัน?
นั่นคือข้อดีครับ! เมื่อคุณรู้ว่าจดทุกคำไม่ทัน คุณจะเลิกเป็นเครื่องบันทึกเสียง แล้วหันมาจับเฉพาะ “คีย์เวิร์ด” หรือ “ไอเดียหลัก” แทน ลองจดเป็นวลีสั้นๆ แทนประโยคยาวๆ ดูสิครับ
ถ้าต้องส่งสรุปให้ทีม พิมพ์เลยไม่เร็วกว่าเหรอ?
ถ้าจุดประสงค์คือการส่งต่อข้อมูลให้คนอื่นอ่าน การพิมพ์ย่อมดีกว่าแน่นอนครับ แต่ถ้าคุณต้องเข้าประชุมเพื่อคิดกลยุทธ์ หรือเรียนเพื่อเอาไปสอบ การทดไอเดียลงกระดาษก่อนจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมได้ทะลุปรุโปร่งกว่า