เราถูกปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็กว่า “ใส่แล้วต้องซัก” ใช่ไหมครับ? กลับบ้านมาถอดลงตะกร้าทันทีเพื่อความสะอาด แต่เดี๋ยวก่อน… ความจริงที่น่าตกใจคือ ความขยันซักของคุณอาจกำลังทำร้ายเสื้อผ้าตัวโปรดอยู่ก็ได้!
โดยเฉพาะเสื้อผ้าแฟชั่นบางประเภท การโยนลงเครื่องซักผ้าบ่อยเกินไปกลับทำให้เนื้อผ้าเปื่อย ย้วยเสียทรง และสีซีดจนดูเก่าเร็วกว่าอายุการใช้งานจริง วันนี้เรามาดูกันครับว่ามีชุดตัวเก่งตัวไหนบ้างที่เราควร “เว้นระยะซัก” ให้ห่างขึ้นอีกนิด
ทำไม “ซักน้อย” ถึงดีกว่าสำหรับผ้าบางชนิด?
การซักผ้าแต่ละครั้ง คือการนำเส้นใยไปผ่านศึกหนักครับ ทั้งแรงเหวี่ยงจากเครื่องซักผ้า สารเคมีจากผงซักฟอก และความร้อนจากการอบ สิ่งเหล่านี้จะค่อยๆ ทำลายโครงสร้างของเส้นใย (Structure) ทำให้ผ้าที่เคยอยู่ทรงสวยกลายเป็นผ้าย้วยๆ ที่ใส่แล้วดูไม่แพงเหมือนเดิม
3 ไอเทมฮิต ที่ควร “พักยก” การซักบ้าง
1. กางเกงยีนส์ (Jeans)
นี่คือแชมป์เปี้ยนของผ้าที่ “ห้ามซักบ่อย” เด็ดขาด! กูรูยีนส์ทั่วโลกแนะนำตรงกันว่า ยีนส์ที่ดีควรซักเมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น (บางคนใส่เป็นเดือนถึงซักที) เพราะการซักและปั่นจะทำลายเฟดสี (Fade) ที่สวยงามตามธรรมชาติ และทำให้ผ้าเดนิมนิ่มย้วยจนเสียทรงเท่ๆ ไป
คำแนะนำ: ซักเมื่อเริ่มมีกลิ่น หรือเปื้อนหนักจริงๆ ถ้าแค่ใส่ทั่วไป ให้กลับด้านแล้วผึ่งลมก็พอครับ
2. เสื้อสูทและเบลเซอร์ (Blazers & Suits)
เสื้อพวกนี้มี “โครงสร้าง” ซับซ้อน ทั้งฟองน้ำหนุนไหล่และผ้าซับใน การโยนลงเครื่องซักผ้าคือหายนะที่จะทำให้ทรงบิดเบี้ยว ยับยู่ยี่จนรีดคืนทรงยากมาก
คำแนะนำ: ใช้การแขวนผึ่งลมในที่ร่มหลังใส่เสร็จ ถ้ามีรอยเปื้อนเล็กน้อยให้เช็ดเฉพาะจุด (Spot Clean) แทนการซักทั้งตัว
3. เสื้อไหมพรมและสเวตเตอร์ (Knits & Sweaters)
เคยไหมซักเสื้อไหมพรมแล้วมันหดเหลือตัวนิดเดียว หรือไม่ก็ยืดจนแขนยาวเป็นเปรต? เส้นใยขนสัตว์และไหมพรมบอบบางมากต่อน้ำและแรงปั่น การซักบ่อยจะทำให้เกิดขุย (Pilling) และเสียรูปทรงได้ง่ายที่สุด
คำแนะนำ: ถ้าไม่ได้ใส่แล้วเหงื่อออกท่วมตัว ให้สวมเสื้อยืดซับในไว้เพื่อกันเหงื่อ และซักเสื้อตัวนอกแค่ 1-2 ครั้งต่อฤดูกาลก็เพียงพอ
แล้วถ้าไม่ซัก จะดูแลยังไงให้สะอาด?
หลายคนกังวลเรื่องความสะอาด ใช่ไหมครับ? เรามีวิธีดูแลโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องซักผ้าครับ:
พลังแห่งการผึ่งลม (Air Out): แสงแดดอ่อนๆ และสายลมคือเพื่อนแท้ หลังใส่เสร็จให้แขวนในที่อากาศถ่ายเททันทีเพื่อไล่ความชื้นและกลิ่นเหงื่อ
ซักแห้งเฉพาะจุด (Spot Clean): ถ้าทำซอสหยดใส่ ไม่ต้องซักทั้งตัว! ให้ใช้น้ำสบู่แตะๆ แล้วเช็ดออกเฉพาะตรงที่เปื้อน
สเปรย์ลดกลิ่นผ้า: เดี๋ยวนี้มีสเปรย์สำหรับฉีดผ้าเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดกลิ่นอับขายทั่วไป ฉีดพรมบางๆ แล้วผึ่งไว้ ก็ช่วยได้เยอะครับ
สรุปส่งท้าย
การ “ขี้เกียจซักผ้า” ในบางครั้ง ก็ถือเป็นการดูแลเสื้อผ้าทางอ้อมนะครับ! ลองเปลี่ยนพฤติกรรมดู แยกผ้าที่ต้องซักทุกครั้ง (เช่น ชุดชั้นใน ถุงเท้า เสื้อออกกำลังกาย) ออกจากผ้าที่ควรรักษาทรง
เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีเสื้อผ้าตัวเก่งที่ทรงสวย สีสด และใส่ได้นานคุ้มราคา โดยไม่ต้องซื้อใหม่บ่อยๆ แล้วครับ