ทั่วไป
วิธีดูแลเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าให้ใช้ได้นาน ลดปัญหาจุกจิก
หลายครั้งที่ไปใช้บริการร้านสะดวกซัก เราอาจมองข้ามการดูแลรักษาเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า ซึ่งส่งผลให้เครื่องทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรืออาจเกิดปัญหาจุกจิกที่ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีดูแลรักษาเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าอย่างง่ายๆ ที่คุณสามารถทำตามได้ เพื่อให้เครื่องทำงานได้นานขึ้น และผ้าของคุณสะอาดหมดจด
ทำความสะอาดถังซัก: กำจัดเชื้อโรคและคราบสะสม เพื่อสุขอนามัยที่ดี

ถังซักที่สกปรกไม่ได้แค่ทำให้ผ้ามีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือเกิดคราบติดบนเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กเล็กและผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย การทำความสะอาดถังซักเป็นประจำจึงสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากซักผ้าที่มีคราบสกปรกมาก หรือใช้ผงซักฟอกในปริมาณมาก
วิธีทำ:
- ล้างคราบสกปรกเบื้องต้น: หลังซักผ้าทุกครั้ง ให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดภายในถังซัก เน้นบริเวณขอบยางและมุมต่างๆ เพื่อกำจัดคราบผงซักฟอก เศษใยผ้า หรือสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่
- ใช้คลีนเนอร์สำหรับเครื่องซักผ้า: เดือนละครั้ง ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ (เครื่องซักผ้าคลีนเนอร์) ตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ โดยปกติแล้ว จะต้องเทคลีนเนอร์ลงในถังซัก จากนั้นเปิดเครื่องซักผ้าโดยเลือกโปรแกรมซักที่อุณหภูมิน้ำสูง (ประมาณ 60-90°C) เพื่อให้คลีนเนอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะความร้อนช่วยละลายคราบฝังแน่นและฆ่าเชื้อโรคได้ดีขึ้น ข้อควรระวัง: หากเครื่องซักผ้าของคุณมีโปรแกรมทำความสะอาดถังซักโดยเฉพาะ ให้เลือกใช้โปรแกรมนั้นแทน
- ทิ้งไว้สักพักและระบายอากาศ: หลังจากเครื่องซักผ้าทำงานเสร็จแล้ว ให้ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อให้คลีนเนอร์ทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง จากนั้นจึงเปิดฝาเครื่องทิ้งไว้เพื่อระบายอากาศ ป้องกันความชื้นสะสมภายในถังซัก
ทำความสะอาดฟิลเตอร์และฝุ่น: ลดภาระเครื่องและประหยัดพลังงาน
ฟิลเตอร์เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยดักจับเศษผ้า เส้นใย และสิ่งสกปรกต่างๆ ที่หลุดออกมาจากเสื้อผ้า หากฟิลเตอร์อุดตัน จะทำให้เครื่องซักผ้าทำงานหนักขึ้น ใช้พลังงานมากขึ้น และอาจทำให้เครื่องเสียหายได้ การทำความสะอาดฟิลเตอร์เป็นประจำจึงเป็นสิ่งจำเป็น
วิธีทำ:
- หาตำแหน่งฟิลเตอร์: ตำแหน่งของฟิลเตอร์จะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นของเครื่องซักผ้า โดยปกติแล้วจะอยู่บริเวณด้านหน้าหรือด้านบนของเครื่อง (ตรวจสอบคู่มือการใช้งานของเครื่องซักผ้าของคุณเพื่อหาตำแหน่งที่ถูกต้อง)
- ถอดฟิลเตอร์: ถอดฟิลเตอร์ออกอย่างระมัดระวัง และนำไปล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด
- กำจัดสิ่งสกปรก: ใช้แปรงขัดนุ่มๆ หรือแปรงสีฟันเก่าขัดทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนฟิลเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นใยผ้าที่พันกันแน่น หากมีเศษเหรียญหรือสิ่งของอื่นๆ ติดอยู่ ให้เอาออกด้วย
- ใส่ฟิลเตอร์กลับ: เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ให้ใส่ฟิลเตอร์กลับเข้าที่เดิมให้สนิท ตรวจสอบให้แน่ใจว่าล็อคเข้าที่อย่างถูกต้อง
ขจัดคราบหินปูนและสเกล: ยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพ
คราบหินปูนและสเกลเกิดจากการสะสมของแร่ธาตุในน้ำ ซึ่งอาจทำให้เครื่องซักผ้าทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และอาจทำให้เครื่องเสียหายได้ การขจัดคราบหินปูนและสเกลเป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณใช้น้ำประปาที่มีความกระด้างสูง
วิธีทำ:
- ใช้ผลิตภัณฑ์ Descaling: ใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบหินปูนโดยเฉพาะ (Descaling agent) ตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ โดยปกติแล้ว จะต้องเทผลิตภัณฑ์ลงในถังซัก จากนั้นเปิดเครื่องซักผ้าโดยเลือกโปรแกรมซักที่อุณหภูมิน้ำสูง (ประมาณ 60-90°C) ข้อควรพิจารณา: หากคุณต้องการประหยัดพลังงาน สามารถเลือกใช้โปรแกรม Eco หรือโปรแกรมประหยัดพลังงานได้ แต่ระยะเวลาในการขจัดคราบหินปูนอาจนานขึ้น
- ทิ้งไว้สักพัก: หลังจากเครื่องซักผ้าทำงานเสร็จแล้ว ให้ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบหินปูนได้อย่างทั่วถึง จากนั้นจึงเปิดฝาเครื่องทิ้งไว้เพื่อระบายอากาศ
ตรวจสอบซีลประตูและยางกันรั่ว: ป้องกันน้ำรั่วและรักษาความสะอาด
ซีลประตูและยางกันรั่วเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยป้องกันน้ำรั่วซึมออกมาจากเครื่องซักผ้า หากซีลประตูหรือยางกันรั่วเสียหาย จะทำให้น้ำรั่วออกมา และอาจทำให้เครื่องเสียหายได้ การตรวจสอบซีลประตูและยางกันรั่วเป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ
วิธีทำ:
- ตรวจสอบรอยแตกร้าวและรอยฉีกขาด: ตรวจสอบซีลประตูและยางกันรั่วว่ามีรอยแตกร้าว หรือรอยฉีกขาดหรือไม่ หากพบรอยเสียหาย ควรเปลี่ยนใหม่ทันที
- ตรวจสอบความสะอาด: ตรวจสอบว่าซีลประตูและยางกันรั่วสะอาดหรือไม่ หากมีสิ่งสกปรกติดอยู่ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อ่อนๆ เช็ดทำความสะอาด เคล็ดลับจากประสบการณ์: ในช่วงฤดูแล้ง อาจเกิดคราบขาวจากแร่ธาตุในน้ำเกาะบนซีลประตูได้ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเจือจางเช็ดทำความสะอาด จะช่วยขจัดคราบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตรวจสอบการปิดสนิท: ตรวจสอบว่าซีลประตูและยางกันรั่วปิดสนิทหรือไม่ หากไม่สนิท ให้ตรวจสอบว่ามีสิ่งกีดขวาง เช่น เศษผ้า หรือสิ่งของอื่นๆ ติดอยู่หรือไม่
ข้อควรระวัง: หากคุณไม่แน่ใจว่าจะทำความสะอาดหรือตรวจสอบเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าด้วยตัวเองได้อย่างไร ควรสอบถามสาขา WashLover หรือให้พนักงานช่วยดูแล
วิธีดูแลเครื่องซักผ้ากับ WashLover

การดูแลเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าให้ทำงานได้ดีมีความสำคัญ สำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการซักผ้าที่สะดวกและมีความน่าเชื่อถือ WashLover เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะให้บริการ 24 ชั่วโมง พร้อมสาขาที่มีให้เลือกหลากหลาย สำหรับผู้สนใจเปิดร้าน สามารถติดต่อทีมงานเพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับทำเลและขั้นตอนต่อไปได้ทันที
คำถามที่พบบ่อย
ควรทำความสะอาดเครื่องซักผ้าบ่อยแค่ไหน?
ควรทำความสะอาดถังซักเดือนละครั้ง และทำความสะอาดฟิลเตอร์หลังการใช้งานทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรกและเชื้อโรค
ผลิตภัณฑ์ Descaling สามารถใช้กับเครื่องซักผ้าทุกชนิดได้หรือไม่?
ควรตรวจสอบคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ Descaling ก่อนใช้งานเสมอ เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจไม่เหมาะกับเครื่องซักผ้าบางประเภท
หากพบว่าซีลประตูเครื่องซักผ้าเสียหาย ควรทำอย่างไร?
ควรเปลี่ยนซีลประตูใหม่ทันที เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม และอาจทำให้เครื่องเสียหายได้ หากไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนเองได้หรือไม่ ควรติดต่อช่างผู้ชำนาญ
ต้องการดูสาขาหรือเปิดร้าน?
ดูสาขา WashLover ใกล้คุณ หรือส่งข้อมูลทำเลเพื่อคุยเรื่องเปิดร้านสะดวกซัก
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทั่วไป
คู่มือซักผ้าตามเส้นใย เลือกอุณหภูมิ น้ำยา และโปรแกรมให้เหมาะ
เลือกอุณหภูมิ น้ำยา และโปรแกรมซักให้เหมาะกับผ้าแต่ละชนิด เพื่อให้ผ้าสะอาด ทนทาน และไม่เสียหาย
ทั่วไป
เตรียมผ้าก่อนซักอบ ลดปัญหาผ้าเสียหาย คุ้มค่าเวลา
วิธีเตรียมผ้าก่อนใช้บริการซักอบที่ร้านสะดวกซัก WashLover เพื่อลดปัญหาผ้าเสียหาย ประหยัดเวลา และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ทั่วไป
5 ขั้นตอนดูแลผ้าลูกน้อย ป้องกันคราบและคงความนุ่ม
คำแนะนำ 5 ขั้นตอนในการซัก อบ และดูแลผ้าเด็กเล็กอย่างอ่อนโยน ป้องกันคราบฝังแน่น และรักษาความนุ่มสบายให้ลูกน้อย