888/1 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม 44150

ผ้ากันน้ำ (Waterproof) vs ผ้าสะท้อนน้ำ (Water-repellent) ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนดี

ผ้ากันน้ำ (Waterproof) vs ผ้าสะท้อนน้ำ (Water-repellent) ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนดี

เวลาเราเลือกซื้อเสื้อแจ็คเก็ตกันลมหรืออุปกรณ์แคมป์ปิ้ง มักจะเห็นป้ายกำกับเรื่องการกันน้ำที่หลากหลายมาก ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถแบ่งระดับความสามารถในการสู้กับฝนออกเป็น 3 ระดับหลักๆ ดังนี้ครับ

ผ้ากันน้ำ
ผ้ากันฝน

1. Water-Repellent (ผ้าสะท้อนน้ำ / ใบบัว)

คำนี้คือระดับเริ่มต้นครับ สังเกตง่ายๆ คือเมื่อน้ำหยดลงบนผ้า น้ำจะกลิ้งเป็นลูกคลื่นเหมือนน้ำบนใบบัว ไม่ซึมเข้าเนื้อผ้าทันที เทคโนโลยีที่นิยมใช้คือการเคลือบสาร DWR (Durable Water Repellent) ลงบนผิวหน้าของผ้า

  • ข้อดี: น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม เหมาะกับฝนปรอยๆ หรือละอองน้ำ

  • ข้อจำกัด: เมื่อเจอฝนตกหนักหรือแรงดันน้ำสูงๆ (เช่น นั่งทับ หรือโดนฝนกระหน่ำนานๆ) น้ำจะซึมผ่านเข้าสู่ด้านในได้ และสารเคลือบจะหลุดลอกตามการใช้งาน

ผ้าสะท้อนน้ำ Water Repellent แบบใบบัว

2. Water-Resistant (ผ้ากันฝนระดับเริ่มต้น)

ระดับนี้คือผ้าที่ถูกทอให้มีความหนาแน่นสูง หรือมีการเคลือบสารบางอย่างที่ช่วยให้ “ทนทาน” ต่อการซึมของน้ำได้มากกว่าแบบแรก แต่ยังไม่มีแผ่นฟิลม์กั้นน้ำที่สมบูรณ์

  • เหมาะสำหรับ: เสื้อกันลม (Windbreaker) ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเดินป่าระยะสั้นที่คาดว่าฝนจะไม่ตกหนักมาก

3. Waterproof (ผ้ากันน้ำ 100%)

นี่คือ “ตัวจริง” สำหรับสายลุยครับ ผ้าประเภทนี้จะมีการ “ประกบแผ่นฟิล์ม” (Membrane) ไว้ที่ด้านหลังผ้า หรือมีการเคลือบสารกันน้ำที่หนาแน่นมาก ทำให้น้ำไม่สามารถซึมผ่านได้เลยแม้จะเจอแรงดันน้ำมหาศาล

  • จุดสังเกต: เสื้อที่เป็น Waterproof ของแท้ จะต้องมีการ “ซีลตะเข็บ” (Seam Sealed) เพื่อป้องกันน้ำเข้าตามรอยเย็บด้วย

  • ข้อควรระวัง: แม้กันน้ำได้ 100% แต่ต้องแลกมาด้วยการระบายอากาศที่ยากขึ้น (ถ้าเทคโนโลยีไม่สูงพอ จะใส่แล้วรู้สึกอบอ้าวเหมือนใส่ถุงพลาสติก)

โครงสร้างผ้ากันน้ำ Waterproof Membrane 3 ชั้น

สรุปความแตกต่าง: เลือกแบบไหนให้คุ้มค่า?

เพื่อให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้น ผมสรุปประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาไว้ให้ตรงนี้ครับ

หัวข้อเปรียบเทียบ

Water-Repellent (สะท้อนน้ำ)

Waterproof (กันน้ำ)

ความสามารถกันฝน

ฝนปรอย, ละอองน้ำสั้นๆ

ฝนตกหนัก, พายุ, หิมะ

การระบายอากาศ

ดีมาก ใส่สบาย ไม่ร้อน

ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี (Gore-Tex จะระบายดี)

การดูแลรักษา

ต้องพ่นสารเคลือบใหม่เมื่อเริ่มไม่เป็นเม็ด

ทนทานกว่า แต่ห้ามใช้ปรับผ้านุ่ม

ราคา

ย่อมเยา เข้าถึงง่าย

ราคาสูงตามคุณภาพเมมเบรน

การใช้งาน

วิ่งในสวน, เดินห้าง, ขี่มอเตอร์ไซค์ใกล้ๆ

เดินป่าจริงจัง, ปีนเขา, แคมป์ปิ้งหน้าฝน

เทคนิคการดู “ค่าการกันน้ำ” (Waterproof Rating)

ถ้าคุณตัดสินใจจะซื้อเสื้อหรือเต็นท์แบบ Waterproof ให้มองหาตัวเลขที่ระบุเป็น mm (มิลลิเมตร) ครับ ยิ่งเยอะยิ่งกันน้ำได้โหด:

  1. 5,000mm: กันฝนปรอยถึงตกปานกลาง (เหมาะกับใช้ในเมือง)

  2. 10,000mm: กันฝนตกหนักได้ดี (มาตรฐานเริ่มต้นสำหรับเดินป่า)

  3. 20,000mm ขึ้นไป: ระดับมืออาชีพ กันพายุและแรงดันน้ำได้มหาศาล

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ:

“อย่าลืมเช็คเรื่อง Breathability หรือการระบายอากาศควบคู่กันไปด้วยนะครับ เพราะถ้ากันน้ำได้ดีมากแต่ระบายเหงื่อไม่ได้เลย คุณจะ ‘เปียกจากข้างใน’ เพราะเหงื่อตัวเองแทนที่จะเปียกฝนครับ”

หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เลือกซื้ออุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้แม่นยำขึ้นนะครับ ถ้าต้องลุยป่าหน้าฝนปีนี้ ลงทุนกับ Waterproof ดีๆ สักตัว รับรองว่าทริปนั้นจะสนุกขึ้นเยอะเลยครับ!

ปรึกษาการใช้งาน Washlover

โทร: 0646233841

Line: @120nvrrv

Fanpage: WashLover

ลิ้งค์หลัก ร้านซักผ้า

สาขา: สะดวกซัก